แปลเพลง Origami - SIENNA SPIRO ความหมายเพลง
แปลเพลง "Origami" ของศิลปินหน้าใหม่เสียงทรงพลัง SIENNA SPIRO เป็นบทเพลงสไตล์ป๊อปโซลที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของการแอบรักในลักษณะที่ลึกซึ้งและเจ็บปวด เนื้อหาบอกเล่าถึงสภาวะที่ผู้หญิงคนหนึ่งเฝ้ามองคนที่เธอหลงใหลผ่านหน้าจอทีวีหรือในโลกความจริง โดยที่อีกฝ่ายมีชีวิตที่หรูหราและห่างไกลเกินเอื้อม เปรียบเสมือนดวงดาวที่จรัสแสง ในขณะที่เธอกลับต้องนั่งร้องไห้อยู่ในห้องครัวเพียงลำพังด้วยความรู้สึกไร้ตัวตนอย่างสิ้นเชิง
คำว่า "Origami" หรือศิลปะการพับกระดาษ ถูกนำมาใช้เปรียบเปรยถึงความคิดและจิตใจที่พยายามปรับเปลี่ยน บิดงอ หรือพับตัวเองให้กลายเป็นอะไรก็ได้เพื่อให้อีกฝ่ายหันมาสนใจ เช่น การยอมเป็นเพียงแค่เงาที่คอยติดตาม หรือการปรารถนาที่จะโบยบินไปบนเครื่องบินกระดาษ (paper plane) ร่วมกับเขา ท่วงทำนองที่บีบคั้นและเสียงร้องที่เต็มไปด้วยอารมณ์ สะท้อนถึงความรักที่กลายสภาพเป็นความลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น แม้จะรู้ดีว่าต่อให้ชูมือขึ้นสูงแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันมองเห็นเธอก็ตาม
แปลเพลง Origami โดย SIENNA SPIRO
Watch you on the TV
เฝ้ามองดูเธออยู่บนหน้าจอทีวี
Driving your Ferrari
ตอนที่เธอกำลังขับรถเฟอร์รารี่คันหรู
Why do you go without me
ทำไมเธอถึงจากไปโดยไม่มีฉันล่ะ
When I'm not next to you
ในตอนที่ฉันไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอ
Crying in my kitchen
ฉันได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ในห้องครัวของตัวเอง
You don't know what you're missing
เธอไม่รู้หรอกว่าเธอได้พลาดอะไรไป
To you I don't exist and
สำหรับเธอแล้ว ฉันไม่มีตัวตนอยู่เลยด้วยซ้ำ
That's all I wanna do
และนั่นคือทั้งหมดที่ฉันอยากจะทำ (คือการมีตัวตนในสายตาเธอ)
Tears will fall in black and white
หยาดน้ำตาหลั่งร่วงรินเป็นสีขาวดำ
Every time I realize
ในทุกๆ ครั้งที่ฉันตระหนักรู้ความจริง
That I've been watching you
ว่าฉันทำได้เพียงแค่เฝ้ามองเธออยู่ตรงนี้
And even though you don't know me, I
และถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้จักฉันเลยก็ตาม แต่ฉัน
Feel close to you
กลับรู้สึกใกล้ชิดกับเธอเหลือเกิน
I've got a mind for origami
ฉันมีความคิดที่พร้อมจะพับเปลี่ยนและบิดงอตัวเองเหมือนโอริกามิ
And I can put my hands in the air
และต่อให้ฉันจะชูมือขึ้นไปบนฟ้าเพื่อเรียกร้องความสนใจ
You still wouldn't see me any better
เธอก็คงไม่สังเกตเห็นฉันอยู่ดี
I've been watching you
ฉันทำได้แค่เฝ้ามองเธอ
Watching you
เฝ้ามองแค่เธอ
All I've ever done, no no
นั่นคือสิ่งเดียวที่ฉันเคยทำมาตลอด ไม่เลย ไม่นะ
I found a new religion, you're the only mission
ฉันได้ค้นพบศาสนาใหม่แล้ว และเธอคือภารกิจเดียวของฉัน (เธอคือสิ่งเดียวที่ฉันเทิดทูน)
Can't you take me higher?
ช่วยพาฉันโบยบินขึ้นไปให้สูงกว่านี้ได้ไหม?
On your paper plane
บนเครื่องบินกระดาษของเธอ
And let me be your shadow
และปล่อยให้ฉันได้เป็นดั่งเงาของเธอเถอะนะ
No one has to know
ไม่จำเป็นต้องมีใครรู้เรื่องนี้หรอก
I was always closer than you knew
ฉันมักจะอยู่ใกล้ชิดเธอมากกว่าที่เธอเคยรู้เสมอ
Cuz I been watching you
เพราะฉันทำได้เพียงแค่เฝ้ามองเธออยู่ตรงนี้
And even though you don't know me
และถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้จักฉันเลยก็ตาม
I feel close to you
ฉันกลับรู้สึกใกล้ชิดกับเธอเหลือเกิน
I've got a mind for origami
ฉันมีความคิดที่พร้อมจะพับเปลี่ยนและบิดงอตัวเองเหมือนโอริกามิ
And I can put my hands in the air
และต่อให้ฉันจะชูมือขึ้นไปบนฟ้าเพื่อเรียกร้องความสนใจ
You still wouldn't see me any better
เธอก็คงไม่สังเกตเห็นฉันอยู่ดี
I've been watching you
ฉันทำได้แค่เฝ้ามองเธอ
Watching you
เฝ้ามองแค่เธอ
Oh...
โอ...
I can't help it
ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้เลยจริง ๆ
I just know that
ฉันแค่รู้ดีว่า
If I could draw you near
หากฉันสามารถดึงรั้งเธอเข้ามาให้ใกล้กันได้
I can't help it, I'm so sure
ฉันห้ามใจไม่ได้ และฉันมั่นใจเหลือเกินว่า
You'd tell me something
เธอจะเอ่ยคำบางคำกับฉัน
That I wanted to, I wanted to hear
คำนั้นที่ฉันอยากจะได้ยินเหลือเกิน คำที่ฉันปรารถนาจะได้ยิน
I'm yours
ว่าฉันเป็นของเธอ
I'm yours
ฉันเป็นของเธอแล้ว
I been watching you
ฉันทำได้เพียงแค่เฝ้ามองเธออยู่ตรงนี้
And even though you don't know me
และถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้จักฉันเลยก็ตาม
I feel close to you
ฉันกลับรู้สึกใกล้ชิดกับเธอเหลือเกิน
I've got a mind for origami
ฉันมีความคิดที่พร้อมจะพับเปลี่ยนและบิดงอตัวเองเหมือนโอริกามิ
And I can put my hands in the air
และต่อให้ฉันจะชูมือขึ้นไปบนฟ้าเพื่อเรียกร้องความสนใจ
You still wouldn't see me any better
เธอก็คงไม่สังเกตเห็นฉันอยู่ดี
I've been watching you
ฉันทำได้แค่เฝ้ามองเธอ
Watching you
เฝ้ามองแค่เธอ
Mmh...
อืม...
สรุปเนื้อหาโดยรวมของเพลง "Origami" คือการสะท้อนมุมมองของการแอบรักใครบางคนจนกลายเป็นความลุ่มหลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เปรียบเหมือนความรักฝ่ายเดียวที่มีระยะห่างอันไกลโพ้นระหว่างคนธรรมดากับคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง บทเพลงนี้เน้นย้ำถึงความอ้างว้างและความทุกข์ระทมของจิตใจที่พร้อมยอมปรับเปลี่ยนตัวเอง (Origami) ทำทุกวิถีทางเพียงเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิด หรือเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งในชีวิตของเขา แม้ในความเป็นจริงจะเป็นไปไม่ได้เลยก็ตาม
ในท้ายที่สุด เพลงนี้ได้กลายเป็นตัวแทนของความรักอันสิ้นหวังที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการและการหลอกตัวเองเบาๆ ว่าฝั่งนั้นอาจจะหันมารักตอบหากมีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน ความย้อนแย้งระหว่างความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งในใจตนเอง กับความจริงที่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้จักเธอเลย ถือเป็นจุดที่ทำให้เพลงนี้เข้าถึงอารมณ์ความเหงาและสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ฟังได้อย่างยอดเยี่ยม