แปลเพลง Bluffin - Joji & The Kid LAROI ความหมายเพลง
แปลเพลง "Bluffin" ของสองศิลปินมากฝีมืออย่าง Joji และ The Kid LAROI เป็นบทเพลงแนวเลื่อนลอยที่ผสมผสานอาร์แอนด์บีและป๊อปทางเลือกได้อย่างลงตัว เนื้อหาของเพลงเจาะลึกถึงความสัมพันธ์ที่เป็นท็อกซิก (Toxic Relationship) ซึ่งเต็มไปด้วยการปั่นหัว การบลัฟหรือการแกล้งทำเป็นถือไพ่เหนือกว่า และการโกหกคำโตซ้ำๆ ราวกับว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังเล่นเกมเดิมพันที่ไม่มีวันชนะ ทิ้งให้อีกฝ่ายต้องติดอยู่ในวงจรความสับสนจนแทบจะเสียสติ (losing my mind)
นอกจากนี้ ในท่อนของ The Kid LAROI ยังสะท้อนถึงจุดที่คนเราเริ่มจับไต๋ได้และเหนื่อยหน่ายกับการเล่นเกมเหล่านั้น แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบขู่ว่าจะเดินจากไปเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่เขาก็เลือกที่จะยอมเล่นตามน้ำไปเพื่อความสงบสุขชั่วคราวและการหลับนอนร่วมกัน เพลงนี้จึงเป็นการเปลือยแง่มุมความรักที่ขับเคลื่อนด้วยอีโก้ ความไม่ซื่อสัตย์ และความจริงอันน่าตลกขบขันที่ว่า ทั้งสองคนต่างก็มีความบ้าคลั่งที่ไม่ต่างกันเลย
แปลเพลง Bluffin โดย Joji & The Kid LAROI
[Joji:]
I will never close my eyes
ฉันจะไม่มีวันหลับตาลงหรอก
Girl, you got me losing my
เธอทำฉันแทบจะสูญเสีย
M-m-m-m-m-m-mind (Ooh)
สติไปหมดแล้ว (อูว์)
M-m-m-m-m-m-mind (Ooh)
สติสตังไปหมดแล้ว (อูว์)
Keep bluffing, keep bluffing
หลอกกันต่อไปเถอะ แกล้งทำเป็นเหนือกว่าต่อไปสิ
You bluffing and you doubling down
เธอทั้งโกหกแถมยังยอมเดิมพันหมดหน้าตักซ้ำลงไปอีก
Keep bluffing, keep bluffing
ปั่นหัวกันต่อไปเถอะ หลอกกันเข้าไป
You bluffing and you doubling down, yeah
เธอทั้งบลัฟแถมยังยอมเทหมดหน้าตักลงไปอีก ใช่เลย
Like you got nothing to lose
ทำเหมือนกับว่าเธอไม่มีอะไรจะเสียอย่างนั้นแหละ
Like you got something to choose
ทำเหมือนกับว่าเธอมีตัวเลือกอื่นให้เลือก
That's better than this, but that ain't the truth
สิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่เป็นอยู่นี้ แต่มันไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด
You bluffing and you doubling down
เธอแค่กำลังโกหกและพยายามยอมเสี่ยงซ้ำลงไปอีก
M-m-m-m-m-m-mind (Ooh)
สติไปหมดแล้ว (อูว์)
M-m-m-m-m-m-mind (Ooh)
สติสตังไปหมดแล้ว (อูว์)
[The Kid LAROI:]
I don't know what you think you're doing
ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
Or why you seem to love playing all these games, no I
หรือทำไมเธอถึงได้ดูชอบเล่นเกมปั่นหัวพวกนี้เหลือเกิน ไม่หรอก ฉันน่ะ
Honestly, it used to be confusing, but now I don't trust anything you say
บอกตามตรงนะ เมื่อก่อนมันเคยน่าสับสนอยู่หรอก แต่ตอนนี้ฉันไม่เชื่อคำพูดอะไรของเธออีกแล้ว
But if you want me to get down on my knees
แต่ถ้าเธออยากให้ฉันลงไปคุกเข่าอ้อนวอน
And act like you gon' leave
และทำท่าทำทางเหมือนว่าเธอจะเดินจากไปจริงๆ
Okay, that's cool with me, whatever that you need
โอเค แบบนั้นก็เอาดิ ฉันตามใจเธออยู่แล้ว อะไรก็ตามที่เธอต้องการ
That's gon' help you find peace
สิ่งที่จะช่วยให้เธอสบายใจขึ้นได้
It helps in the sheets, yeah
และมันก็ช่วยได้ดีเวลายุ่งกันบนเตียงน่ะนะ ใช่เลย
You're fucking crazy, but you're just like me-e-e (You keep)
เธอแม่งโคตรบ้าเลย แต่เธอก็เป็นเหมือนกันกับฉันนั่นแหละ
[Joji:]
Keep bluffing, keep bluffing
หลอกกันต่อไปเถอะ แกล้งทำเป็นเหนือกว่าต่อไปสิ
You bluffing and you doubling down
เธอทั้งโกหกแถมยังยอมเดิมพันหมดหน้าตักซ้ำลงไปอีก
Keep bluffing, keep bluffing
ปั่นหัวกันต่อไปเถอะ หลอกกันเข้าไป
You bluffing and you doubling down, yeah
เธอทั้งบลัฟแถมยังยอมเทหมดหน้าตักลงไปอีก ใช่เลย
Like you got nothing to lose
ทำเหมือนกับว่าเธอไม่มีอะไรจะเสียอย่างนั้นแหละ
Like you got something to choose
ทำเหมือนกับว่าเธอมีตัวเลือกอื่นให้เลือก
That's better than this, but that ain't the truth
สิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่เป็นอยู่นี้ แต่มันไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด
You bluffing and you doubling down
เธอแค่กำลังโกหกและพยายามยอมเสี่ยงซ้ำลงไปอีก
M-m-m-m-m-m-mind (Ooh)
สติไปหมดแล้ว (อูว์)
M-m-m-m-m-m-mind (Ooh)
สติสตังไปหมดแล้ว (อูว์)
You bluffing and you doubling down
เธอแค่กำลังโกหกและพยายามยอมเสี่ยงซ้ำลงไปอีก
M-m-m-m-m-m-mind (Ooh)
สติไปหมดแล้ว (อูว์)
M-m-m-m-m-m-mind (Ooh)
สติสตังไปหมดแล้ว (อูว์)
You bluffing and you doubling down
เธอทั้งบลัฟแถมยังยอมเทหมดหน้าตักลงไปอีกนั่นแหละ
สรุปเนื้อหาเพลง Bluffin Joji & The Kid LAROI
สรุปเนื้อหาโดยรวมของเพลง "Bluffin" คือการตีแผ่ความสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเกมการทูตและจิตวิทยาที่ไม่มีความจริงใจให้แก่กัน วลีที่ว่า "Doubling down" สื่อถึงการที่ฝ่ายหนึ่งเมื่อโกหกหรือแกล้งทำเป็นไม่แคร์แล้ว ก็ยิ่งทวีความรุนแรงของพฤติกรรมนั้นขึ้นไปอีกเพื่อไม่ยอมเสียหน้า แม้ว่าลึกๆ แล้วจะไม่มีอะไรดีไปกว่าความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่นี้เลยก็ตาม มันจึงเป็นความรักที่ทั้งเหนื่อยล้า ชวนประสาทเสีย แต่ก็ยากที่จะตัดขาด
ในท้ายที่สุด บทเพลงนี้สรุปบทเรียนความรักชวนปวดหัวได้อย่างเจ็บแสบว่า ความสัมพันธ์ท็อกซิกมักจะดึงดูดคนประเภทเดียวกันเข้าหากัน การที่ฝ่ายหนึ่งยอมตามเกมและอีกฝ่ายชอบเล่นเกม ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รู้เท่าทัน แต่เป็นเพราะความคุ้นชินและความบ้าคลั่งที่เคมีเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด เพลงนี้จึงเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มองความสัมพันธ์ที่พังทลายด้วยสายตาที่ยอมรับความจริงและปนไปด้วยความประชดประชัน