เนื้อเพลง กินขี้ปี้นอน - ธีเดช ทองอภิชาติ และความหมายเพลง

โอว่า ชีวิตนี้ไม่สิ้นสุด
เกิดเป็นมนุษย์ธรรมดาเดินดิน
กินขี้ปี้นอนออกทำมาหากิน
เป็นนิจสิน ไม่รู้จักสิ้น จักพอ

ตื่นแต่เข้าเพื่อใช้ชีวิตดั่งวันวาน
แหกขี้ตาจากฝันเข้าสู่โหมดชีวิตจริง
ก้มหน้าทำงานดั่งผีสางเข้ามาสิง
บทชีวิตจริง แตกต่างจากความฝัน

กินก็ไม่ค่อยอิ่ม นอนก็ผวา
ก่อเกิดทุกข์เข็ญให้ยากเย็นในชีวา
แล้วสิ่งไดเล่าหนา ที่เราปรารถนาหากัน

สังคมทุกวันมันแข่งขันแข่งกล
ผู้คนสับสนเห็นกงจักรเป็นบัวบาน
พอฝนตกมาขี้หมาก็ไหลไปรวมกัน
เปิดเผยสันดาน

สังคมทุกวันมันแบ่งชั้นแบ่งคน
ทำดีร้อยหนไม่เห็นค่า คุณงาม
คนมีเงินเป็นใหญ่เบ่งบานใจทุกวงการ
คนจนทุกขร้าวราน นี่แหละมนุษย์ผู้เดินดิน

โอว่า ชีวิตนี้ไม่สิ้นสุด
เกิดเป็นมนุษย์ธรรมดาเดินดิน
กินขี้ปี้นอนออกทำมาหากิน
เป็นนิจสิน ไม่รู้จักสิ้น จักพอ

ตื่นแต่เข้าเพื่อใช้ชีวิตดั่งวันวาน
แหกขี้ตาจากฝันเข้าสู่โหมดชีวิตจริง
ก้มหน้าทำงานดั่งผีสางเข้ามาสิง
บทชีวิตจริง แตกต่างจากความฝัน

สังคมทุกวันมันแบ่งชั้นแบ่งคน
ทำดีร้อยหนไม่เห็นค่า คุณงาม
คนมีเงินเป็นใหญ่เบ่งบานใจทุกวงการ
คนจนทุกขร้าวราน นี่แหละมนุษย์ผู้เดินดิน

นี่แหละมนุษย์ผู้เดินดิน

นี่แหละมนุษย์ผู้เดินดิน

เนื้อเพลง "กินขี้ปี้นอน" จากศิลปิน ธีเดช ทองอภิชาติ เป็นบทเพลงเพื่อชีวิตภาคใต้ที่มีเนื้อหาตบหน้าความจริงและสะท้อนสัจธรรมของมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา ชื่อเพลงหยิบยกวัฏจักรพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตมาเปรียบเปรยถึงวิถีชีวิตของ "มนุษย์เดินดิน" ที่ต้องตื่นแต่เช้ามาเผชิญโลกแห่งความจริงอันโหดร้าย ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักดั่งผีสิงเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวันๆ ซึ่งแตกต่างจากความฝันที่สวยงามอย่างสิ้นเชิง

ในอีกแง่หนึ่ง เพลงนี้วิพากษ์วิจารณ์ความฟอนเฟะของสังคมปัจจุบันที่มีการแข่งขัน แก่งแย่งชิงดี และความเห็นแก่ตัวของผู้คน รวมถึงการเสียดสีความเหลื่อมล้ำในสังคมที่แบ่งชนชั้น วัตถุนิยม และอำนาจเงินตราที่คนรวยมักเป็นใหญ่ในทุกวงการ ในขณะที่คนจนต้องทนทุกข์ทรมานและทำดีเท่าไหร่ก็ไร้ค่า เพลงนี้จึงเป็นกระบอกเสียงที่เตือนสติให้มนุษย์หยุดคิดถึงคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตและการไม่รู้จักพอในกิเลสของตัณหาตามธรรมชาติตนเอง
















.









×
×