เนื้อเพลง Baby Bye Bye - mute. ft. Ant LANDOKMAI และความหมายเพลง
เนื้อเพลง "Baby Bye Bye" จากศิลปิน mute. ร่วมกับ Ant LANDOKMAI เป็นบทเพลงอินดี้ป็อปท่วงทำนองฟังสบายแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดในการตัดสินใจเรื่องความรัก เนื้อหาของเพลงเปรียบเปรยความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นแต่ตอนนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความขมขื่น เหมือนกับท้องฟ้าที่เคยสดใสแต่กำลังถูกเมฆดำเข้าปกคลุม เป็นการบอกเล่าถึงจุดเปลี่ยนที่คนสองคนต้องยอมรับความจริงว่าความรักครั้งนี้ดำเนินมาถึงทางตันแล้ว
ในอีกแง่หนึ่ง เพลงนี้ยังสะท้อนถึงมุมมองการเลิกราที่เติบโตขึ้น โดยการเลือกที่จะจบความสัมพันธ์ลงในวันที่ยังคงมีความทรงจำดีๆ และความรักหลงเหลืออยู่ ดีกว่าการฝืนทนอยู่ต่อไปจนความใจร้ายทำลายความรู้สึกของกันและกันจนหมดสิ้น การเอ่ยคำบอกลาในเพลงนี้จึงไม่ใช่การประชดประชัน แต่เป็นการปลดปล่อยตัวเองและอดีตคนรักให้หลุดพ้นจากความวุ่นวาย เพื่อให้ความรักครั้งนี้จบลงด้วยดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
เนื้อเพลง Baby Bye Bye mute. ft. Ant LANDOKMAI
ก่อนเมฆดำทำให้หม่นหมอง
ก่อนนั้นก็เคยมีฟ้าสว่าง
ก่อนทะเลมีคลื่นแรงคำราม
ก่อนนั้นก็มีเพียงลมสมใจ
ก่อนนี้ความรักเราก็เคยหวาน
ตอนนี้ sour little bitter
จบรักเราในวันนี้ จะได้ไม่ต้องทนเจ็บ
Baby Bye Bye bad guy รักที่วุ่นวาย
พอแล้วความใจร้ายที่โยนใส่กัน พอเสียที
Bye bye bad guy รักที่ทำลาย
ดีแล้วให้ความรักของเรามันจบลงด้วยดี
ให้จบลงวันนี้แหละที่รัก
ในวันที่ยังเหลือความรักต่อกัน
แม้จะผูกพันธ์กันนานแค่ไหน
ต้องบอกลาต่อกัน จะได้ไม่ต้องทนเจ็บช้ำ
Baby bye bye bad guy รักที่วุ่นวาย
พอแล้วความใจร้ายที่โยนใส่กัน พอเสียที
Bye bye bad guy รักที่ทำลาย
ดีแล้วให้ความรักของเรามันจบลงด้วยดี
เรานั้นเคยเป็นคนแสนดี
คอยเอารัก เอาใจกันทุกที
แต่วันนี้แค่จะเจอยังไม่ทัก ยังไม่ทาย
แม้แต่รอยยิ้มให้กันยังไม่มี
รักเรากลายเป็นน้ำตาลที่ไหม้เกรียม
เป็นคาราเมลที่ขมลงขึ้นทุกที
ก่อนที่เราจะกลายเป็นคนใจร้าย
ควรจะจบความสัมพันธ์นี้สักที
Baby bye bye bad guy รักที่วุ่นวาย
พอแล้วความใจร้ายที่โยนใส่กัน พอเสียที
Bye bye bad guy รักที่ทำลาย
ดีแล้วให้ความรักของเรามันจบลงด้วยดี
Baby bye bye bad guy รักที่วุ่นวาย
พอแล้วความใจร้ายที่โยนใส่กัน พอเสียที
Bye bye bad guy รักที่ทำลาย
ดีแล้วให้ความรักของเรามันจบลงด้วยดี
ความหมายของเพลง Baby Bye Bye mute. ft. Ant LANDOKMAI
"Baby Bye Bye" สื่อถึงการตัดสินใจยุติความสัมพันธ์อย่างกล้าหาญก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เมทาฟอร์หรือการเปรียบเปรยเรื่องความรักที่เคยหวานแต่ตอนนี้กลายเป็น "น้ำตาลที่ไหม้เกรียม" หรือ "คาราเมลที่ขมขึ้นทุกที" ช่วยให้เห็นภาพความรักที่แปรเปลี่ยนไปได้อย่างชัดเจน เพลงนี้ต้องการบอกว่า การเดินจากมาในตอนที่ยังเหลือรอยยิ้มและความรู้สึกดีๆ ให้กัน ย่อมดีกว่าการปล่อยให้ความเมินเฉยและความใจร้ายเปลี่ยนคนเคยแสนดีให้กลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันในที่สุด