เนื้อเพลง ลูกฉันเป็นคนดี - กินรีมิวสิค และความหมายเพลง
เนื้อเพลง "ลูกฉันเป็นคนดี" จากค่าย กินรีมิวสิค เป็นบทเพลงสไตล์ลูกทุ่งสำเนียงใต้ที่มีเนื้อหาตลกร้ายและเสียดสีสังคมได้อย่างเจ็บแสบ เนื้อหาของเพลงบอกเล่าถึงพฤติกรรมของวัยรุ่นที่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งเสพติดและการมั่วสุม ตั้งแต่การลอกฟอยล์ ต้มน้ำกระท่อมสี่คูณร้อย ไปจนถึงการปิดไฟจุดเทียนเสพยา แต่ทว่าในสายตาของผู้เป็นพ่อเป็นแม่กลับยังคงมองว่า "ลูกฉันเป็นคนดี" อยู่เสมอ และมองข้ามความจริงที่เกิดขึ้นไปอย่างน่าขัน
ในอีกแง่หนึ่ง เพลงนี้สะท้อนถึงปัญหาสังคมในเรื่อง "พ่อแม่รังแกฉัน" หรือการปกป้องลูกในทางที่ผิด โดยมักจะโทษว่าความผิดทั้งหมดมาจาก "เพื่อนชั่ว" ที่มาชักชวนให้เสียคน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ลูกของตัวเองต่างหากที่เป็นหัวโจกหรือเป็น "Number One" ในการพาสิ่งไม่ดีเหล่านั้นมา เพลงนี้จึงเป็นกระบอกเสียงที่สะท้อนความจริงในสังคมชนบทผ่านท่วงทำนองดนตรีที่สนุกสนานแต่แฝงไปด้วยคติเตือนใจสำหรับครอบครัวในการเลี้ยงดูบุตรหลาน
เนื้อเพลง ลูกฉันเป็นคนดี กินรีมิวสิค
หัวเช้า ตื่นมา ก็ลอกฟอยล์
วันเที่ยง เขียงข่อย ดูดฝาแดง
ตกเย็นยีใบ ผสมลงหมอยาแก้ไอ
บ่มีปัญหากับใครลูฉานคนดี
ติดยามั่วซุ่ม ก็หาว่าเพื่อนชวน
ใครมันอีชวนไปให้เปลือง
มีเรื่องมีราว ก็บอกว่าเป็นเรื่องเพื่อน
ชาติมันหรอยอย่างแรงลูกเทวดา
สี่คูณร้อย ลอกฟอยล์ คาวบอยขี่ม้า
เหินเวหาจะบินแล้วสาตอนนี้อยู่บนเสาไฟ
ลูกฉานคนดี จะพุ่งหลาว
มันหอน เอาม้า พันธุ์ไหน
ไม่รู้ทำไหรปิดไฟแต่มันจุดเทียน
เพื่อนชั่วร้ายสารพัด
ไปคบกับมันเลยเสียคน
หาว่าเพื่อนพา ชวนกันไปสัปปะดน
ที่จริงลูกเติ้น นั่นแหละ Number one
ลูกฉานคนดี
ติดยามั่วซุ่ม ก็หาว่าเพื่อนชวน
ใครมันอีชวนไปให้เปลือง
มีเรื่องมีราว ก็บอกว่าเป็นเรื่องเพื่อน
ชาติมันหรอยอย่างแรงลูกเทวดา
สี่คูณร้อย ลอกฟอยล์ คาวบอยขี่ม้า
เหินเวหาจะบินแล้วสาตอนนี้อยู่บนเสาไฟ
ลูกฉานคนดี จะพุ่งหลาว
มันหอน เอาม้า พันธุ์ไหน
ไม่รู้ทำไหรปิดไฟแต่มันจุดเทียน
เพื่อนชั่วร้ายสารพัด
ไปคบกับมันเลยเสียคน
หาว่าเพื่อนพา ชวนกันไปสัปปะดน
ที่จริงลูกเติ้น นั่นแหละ Number one
ลูกฉานคนดี ดี ดีเกิน
ลูกฉานคนดี เลวเพราะตามเพื่อน
ชักชวนกันไปตกนรก
ลูกเอง นั้นแหละ ชวนเพื่อน
ว่าแต่ลูกของเพื่อนไม่ว่าลูกเอง
ลูกฉานคนดี
ความหมายของเพลง ลูกฉันเป็นคนดี กินรีมิวสิค
"ลูกฉันเป็นคนดี" สื่อถึงการประชดประชันความรักของพ่อแม่ที่มืดบอดจนมองไม่เห็นความผิดของลูกตัวเอง เพลงนี้เตือนสติสังคมว่าการเข้าข้างลูกโดยการโทษเพื่อนหรือสิ่งแวดล้อมภายนอก ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่เป็นการซ้ำเติมให้ลูกจมดิ่งลงสู่ทางเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น สัจธรรมของเพลงนี้คือการยอมรับความจริงและการหันกลับมาตักเตือนลูกของตนเองก่อนที่จะสายเกินไป